28 มิ.ย. 2017, 22:48 น.
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน 
ข่าว:

Ninja-Thailand.com ข้อมูลข่าวสาร บทความ การขับขี่ สเปค รีวิว ราคา ซื้อขาย ของแต่ง BigBike



ผู้เขียน หัวข้อ: Review : รีวิวหมวกกันน็อค HJC RPHA 10 plus - Assen  (อ่าน 5420 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 244
    • Thailand Superbike Riders site
Review : รีวิวหมวกกันน็อค HJC RPHA 10 plus - Assen
« เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 09:02 น. »
สวัสดีครับ

เจอกันอีกแล้ว จากครั้งก่อนที่ผมเคยรีวิวหมวก Bilmola วันนี้มีอุปกรณ์เซฟตี้อีกชิ้นหนึ่งมาทำให้เกิดกิเลสกันอีกแล้ว นั่นก็คือ...

HJC RPHA 10 plus - Assen

ใบนี้นี่เองงง..



และแน่นอนว่าการ Review ครั้งนี้เกิดจากทุนทรัพย์ส่วนตัว เปิดเน็ตดูรูป ดูไปดูมา เช็คของ เช็คราคา เปิด Internet Banking โอนเงิน รอ 2-3 วันของก็มาส่งถึงหน้าบ้าน แหม่... กระดิกนิ้วไม่กี่ทีก็ได้เสียเงินกันแล้ว ช่างง่ายเสียนี่กระไร T-T

ฉะนั้น นี่คือ User Review แต๊ๆ แบบไม่ต้องเกรงใจใคร เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ดีก็บอกว่าดี ไม่ดีก็บอกว่าดี เอ้ย! ไม่ดี อ่านแล้วก็ใช้วิจารณญาณด้วยเน่อ ^^


แนะนำตัวกันนิดนึงสำหรับหมวกยี่ห้อ HJC

HJC เป็นหมวกสัญชาติเกาหลีที่ตีตลาดไปทั่วโลกด้วยคุณภาพและราคาที่จับต้องได้ ซึ่งมีหมวกให้เลือกหลายประเภท หลายเกรด หลายราคา ตั้งแต่ราคาหลักพันจนถึงหลักหมื่น ในรุ่นสูงๆ นั้นเทียบชั้นได้กับหมวกยี่ห้อดังๆ อย่าง Shoei, Arai, หรือ AGV และได้รับการยอมรับจากนัดบิดทั่วโลก ด้วยคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผลจึงไม่แปลกที่จะพบเห็นหมวกยี่ห้อนี้อย่างแพร่หลายบนท้องถนน หรือแม้แต่ในสนามแข่งขันระดับ World Grand Prix




มาตรฐานความปลอดภัย

หมวกรุ่นนี้เป็นแนว Racing รุ่นที่ดีที่สุดของ HJC ซึ่งผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย ECE R 22-05 จากยุโรป เปลือกหมวกชั้นนอกทำจากวัสดุหลายชนิดซ้อนกัน ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีของพี่ปิ๋ม (P.I.M = Premium Integrated Matrix) โดยมีส่วนประกอบหลักเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้หมวกแข็งแรงมาก แต่น้ำหนักเบาหวิว และมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ XXS - XXL เลยทีเดียว



สายรัดคางยังคงเป็นชนิด DD Ring ตามแบบฉบับนิยม แรกๆ อาจจะดูยุ่งยากในการใช้งาน แต่พอชินมือแล้วก็สบาย ใช้เวลาสวมใส่ไม่เกิน 10 วินาที




อุปกรณ์ภายในกล่อง

สิ่งที่ให้มาภายในกล่องนั้นประกอบด้วย

- หมวก (ก็แน่ล่ะ)
- visor สีดำ หรือที่เราเรียกติดปากว่า windshield นั่นแหละ (จริงๆ windshield แปลว่ากระจกหน้ารถ ถ้าจะให้ถูกต้องเรียกว่า visor)
- แผ่นกันฝ้า สำหรับติด visor
- แผ่นปิดใต้คาง สำหรับกันลม
- ถุงใส่หมวก
- คู่มือ 1 เล่ม
- แผ่นพับบรรยายสรรพคุณ

จะเห็นว่าให้ของมาค่อนข้างครบ ถ้ามีไม่ครบแสดงว่าคนขายแอบจิ๊กไป (อ้าว...) ฮ่าๆๆ




คุณสมบัติเด่น

มาดูกันหน่อยว่า HJC โม้อะไรไว้บ้าง

- สวมใส่ได้พอดีขั้นเทพ
- นวมนุ่มดุจใยไหม
- เสียงลมรบกวนแบบจิ๊บๆ
- เปลี่ยน visor ง่ายโคตรๆ
- นิ่งสนิทแม้จะวิ่งที่ความเร็วมากกว่า 250 กม./ชม.
- นวมภายในไม่ลื่นไหล
- ใช้ร่วมกับแว่นตาได้แบบเป๊ะเว่อร์
- น้ำหนักเบาฝุดๆ
- งานประกอบปราณีตดุจดั่งนางฟ้า
- รับประกัน 5 ปีเต็ม!



เท่านั้นยังไม่พอ มีผลการทดสอบเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นด้วย ฮัดช่า! ชนะหมวกใบเก่าของผมซะด้วย แหม่... ทำคะแนนสูงลิ่วในทุกหมวดเชียว (ก็หมวกตัว Top นี่นา น้อยหน้าได้ไง) อันนี้ฟังหูไว้หูนะครัช




ความปราณีตของชิ้นงาน

คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากกับหมวกระดับนี้ นิยามคำว่า "สวย เนียน เนี๊ยบ" ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ลวดลาย สีสัน ความคมชัด ทั้งภายในและภายนอก ทุกอย่างไร้ที่ติ ไม่มีรอยตะเข็บให้กวนใจ หาตำหนิแทบไม่เจอ วัสดุแน่น ฟิต เฟิร์ม ให้ความรู้ึสึกมั่นใจ คุณภาพสมราคาครับ

10/10




น้ำหนัก

ป้ายที่แปะอยู่บนหมวกบอกว่าใบนี้หนักประมาณ 1.3 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเบามาก เรียกได้ว่าเบาระดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว จากการลองจับถือ แกว่งไปมา ก็คิดว่าน่าจะจริง ไม่ได้โม้แน่นอน

ข้อดีของหมวกน้ำหนักเบา คือ สวมใส่สบาย ไม่ปวดคอ สามารถหันไปมาเร็วๆ โดยไม่เกิดแรงเหวี่ยงมากเกินไป ทำให้สามารถใส่ได้นานโดยไม่เมื่อยคอ

10/10




การสวมใส่

วัสดุภายใน ใช้ฟองน้ำหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่เนื้อละเอียด ให้สัมผัสที่เนียน นุ่ม กระชับ ใส่สบาย เข้ารูปศรีษะพอดิบพอดี ไม่กดหรือบีบส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป สามารถใช้ร่วมกับหูฟังได้โดยไม่รู้สึกกดรูหูแต่อย่างใด แถมมีร่องสำหรับขาแว่นตาให้เรียบร้อย (โดยส่วนตัวเคยลองหมวกยี่ห้อ Shark แล้วใส่ไม่ได้เพราะบีบแก้มและกดหน้าผากมากเกินไป พอเปลี่ยนเบอร์ใหญ่ขึ้นก็หลวมอีก เฮ้อ... สงสัยไม่มีวาสนาร่วมกัน)

9/10




ทัศนวิสัย

มุมมองเมื่อสวมใส่ ให้ภาพที่แคบแต่กว้าง คือ มองเห็นด้านล่างและด้านบนได้ไม่เยอะ แต่มองเห็นด้านข้างได้จนสุดหางตา จึงเหมาะที่จะเป็นหมวก Racing จริงๆ (แอบขัดใจนิดนึงตรงหมุดด้านข้าง จะใหญ่ไปไหน รู้สึกเกะกะเล็กน้อยเวลาเหลือบมองด้วยหางตา )

Visor ให้ภาพที่คมชัด ใสปิ๊ง ไม่มีภาพซ้อนหรือภาพสะท้อนกวนสายตา (ใสจนบางครั้งยังเผลอคิดว่าลืมปิด visor) แต่ยังมีอาการหลอกสายตานิดนึง (นิดเดียวจริงๆ) คือ ภาพที่เห็นจะมีขนาดใหญ่กว่าของจริงประมาณ 1% ถ้าไม่สังเกตจริงๆ ก็แทบดูไม่ออก (แต่บังเอิญผมดูออก) ซึ่งไม่มีผลต่อการขับขี่แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ด้านหน้ายังมีแผ่น Breath Guard ป้องกันไม่ให้ลมหายใจไปโดน visor ซึ่งเป็นตัวการให้เกิดฝ้า ถึงแม้จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ไม่ได้เกะกะสายตาเท่าไรนัก (ถอดออกได้)

8/10



visor ปรับเปิดปิดได้ 5 ระดับ โดยระดับสูงสุดเอาไว้ถอด visor ออกจากหมวก ดังนั้น เวลาใช้งานจริงก็ใช้แค่ 4 ระดับก็พอ



การถอด visor สามารถทำได้ง่ายๆ โดยเปิด visor ขึ้นสุดแล้วดันตัวล็อคไปด้านหลัง สลักก็จะเด้งออกมา ถ้าจะใส่กลับก็แค่กดสลักเข้าไป ตัวล็อคก็จะเด้งกลับเข้าที่เองโดยอัตโนมัติ แหม่... ง่ายจริงๆ



ด้านหน้ายังมีตัวล็อคอีกหนึ่งชั้นเพื่อป้องกัน visor เปิดเอง แหม่... ช่างใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ดีจริงๆ



visor สีดำที่แถมมานั้น สีอมเขียวนิดๆ ช่วยกรองแสงให้มืดกำลังดี ถ้าใช้กลางวันตอนแดดจัดๆ อาจจะรู้สึกว่าสว่างเกินไป แต่ก็ไม่ได้แสบตาแต่อย่างใด เพราะ visor ของ HJC นั้นสามารถป้องกันรังสี UV ได้ 100% (เขาว่ายังงั้นนะ) และถ้าใช้กลางคืนก็ยังพอไหว ไม่มืดมากเกินไป ยังพอมีแสงให้มองเห็นทางได้




ความลู่ลม

ดี

จบ.

แค่เนี๊ยะ! ... (แหม่...ก็ไม่รู้จะบรรยายอะไร ถึงขนาดใช้แข่งในสนามได้ ก็คงไม่ต้องถามแล้วล่ะว่าเป็นยังไง จริงป่ะ)




การเก็บเสียง

ทำได้ค่อนข้างดีตามมาตรฐานทั่วไป เก็บเสียงลมได้ดี ไม่มีเสียงลมหวีดหวิวให้รำคาญ มีเพียงเสียงลมอื้ออึงเบาๆ จากกระแสลมด้านนอก แม้วิ่งด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. ก็ยังฟังเพลงรู้เรื่อง และยังได้ยินเสียงรถคันข้างๆ เช่นกัน

อีกจุดหนึ่งที่ต้องชมคือ แผ่นปิดใต้คาง ที่ไม่เป็นเพียงแผ่นผ้าแบนๆ เหมือนบางยี่ห้อ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสปอยเลอร์ช่วยตัดกระแสลมที่จะเข้าใต้คางอีกด้วย



ก่อนและหลังใส่แผ่นปิดใต้คาง




การระบายอากาศ

ช่องรับลมด้านหน้ามี 2 จุดหลักๆ คือ ด้านล่างสองฝั่งซ้ายขวาที่เปิดรับลมเต็มๆ และถ้าเย็นไม่พอก็ยังมีตรงกลางให้เปิดรับลมอีกจุด



ส่วนด้านบนก็มีช่ิองรับลมสองฝั่งซ้ายและขวาเช่นกัน ซึ่งทำหน้าที่รับลมแล้วไหลเวียนออกทางด้านหลัง ช่วยระบายอากาศด้านบนของศีระษะ ทำให้รู้สึกเย็นสบาย



รูระบายอากาศด้านหลัง เจาะให้เห็นกันชัดๆ ไปเลย



โดยรวมแล้วระบายอากาศได้ดี แม้จะใส่หมวกโม่งซ้อนไว้ข้างในและขับในเมืองรถติดๆ นานกว่าชั่วโมง ก็ไม่ทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวแต่อย่างใด และถ้าแง้ม visor อีกนิดนึงก็ยิ่งสบายเลยล่ะ

8/10



สรุป

ข้อดี
- เบามาก
- นวมนุ่มมาก
- งานปราณีต
- ระบายอากาศดี
- เก็บเสียงลมได้ดี
- ใส่แว่นตาซ้อนได้โดยไม่บีบศีรษะ
- ของแถมครบ
- ราคาไม่แพง
- มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีอะไหล่สำรองครบทุกชิ้น

ข้อเสีย
- สายรัดคางยาวไปหน่อย เวลาเก็บแล้วรู้สึกเกะกะ
- visor หลอกตา 1%
- นึกไม่ออก

ราคา ณ ปัจจุบัน 14,500 บาท หาซื้อได้ตามร้านชั้นนำทั่วไป ซื้อที่ไหนก็ราคาเดียวกัน ถ้าไม่รีบก็รอช่วงโปรโมชั่นอาจจะลดราคาเหลือแค่หมื่นเศษๆ ครับ

จบแล้วครับสำหรับรีวิวครั้งนี้ ท่านใดมีอะไรสงสัยก็ถามได้เลย จะพยายามตอบให้ได้มากที่สุดแบบไม่มีกั๊ก เพราะไหนๆ ผมก็เสียเงินซื้อมาแล้ว ยินดีเป็นหนูทดลองให้โดยไม่ต้องไปลองผิดลองถูกให้เสียเงินและเวลาครับ

ออฟไลน์ thanandon buchaboon

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 21
  • นี้มันลูกลิงชัดๆ
    • Www.cbr150club.com
Re: Review : รีวิวหมวกกันน็อค HJC RPHA 10 plus - Assen
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 26 เม.ย. 2014, 23:34 น. »
ขอบคุณครับ
อยู่อย่างพอเพียง ใกล้ตัวความสุขยังมี
อยู่อย่างพอดี ไม่มีความทุกข์ร้อนในใจ
สุขจริงแท้ในชีวิตคน จะค้นเจอได้ไม่ไกล
    อยู่ในใจของคนรู้จักพอเพียง

ออฟไลน์ pibpypidgayah

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • sbobet
Re: Review : รีวิวหมวกกันน็อค HJC RPHA 10 plus - Assen
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 08 ต.ค. 2014, 13:56 น. »
สวยมากเลยอ่าครับ ชอบมากเลยอ่าสีชมพู

ออฟไลน์ Rainokawa

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • แทงบอล maxbet
Re: Review : รีวิวหมวกกันน็อค HJC RPHA 10 plus - Assen
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 21 ก.ค. 2015, 16:46 น. »
หมวกเท่มากเลยครับ

 


Kawasaki Z800 | Honda CBR650F & CB650F | Suzuki Gladius | Ninja-Thailand
© 2012-2014 www.ninja-thailand.com | All rights reserved | onefineday1998@gmail.com
Carbonate design by Bloc
variant: carbon
SMF 2.0.2 | SMF © 2011, Simple Machines
Enotify by CreateAForum.com