29 เม.ย. 2017, 16:26 น.
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน 
ข่าว:

Ninja-Thailand.com ข้อมูลข่าวสาร บทความ การขับขี่ สเปค รีวิว ราคา ซื้อขาย ของแต่ง BigBike



ผู้เขียน หัวข้อ: เริ่มต้นกับบิ๊กไบค์ ขับขี่อย่างไรให้สนุกและปลอดภัย  (อ่าน 35844 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 244
    • Thailand Superbike Riders site
บทความต่อไปนี้ยกมาจากเว็บไซต์ 118bikes.com นะครับ ถือโอกาสขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ



การขับขี่บิ๊กไบค์ให้สนุกและปลอดภัย



บทที่1

ความหมายตรงๆ ก็น่าจะแบบว่า "เสียค่าโง่ซื้อมาแล้วก็คงต้องเรียนรู้และสนุกสนานกับมัน ใครจะว่าไงก็ช่าง ทำนองนั้น"

อันนี้เป็นบทความเสนอแนะเป็นการส่วนตัวของผู้เขียน ที่ไม่มิบังอาจไปชี้แนะ เพียงแต่เป็นทัศนคติส่วนตัว ประสพการณ์ที่ได้สั่งสมมาด้วยตัวเองคงมีประโยชน์บ้างสำหรับมือใหม่  ขออภัยนะครับบางอย่างอาจไม่ตรงกับใจผู้อื่น

เริ่มตั้งแต่จะซื้อรถเลยแล้วกัน เมื่อมีความชอบส่วนตัวหรือว่าจะเพื่อนยุยงก็แล้วแต่ มาเริ่มเลย

1. ดูงบของตัวเองก่อน แคะกระปุกมาแล้วมีทั้งหมดเท่าไหร่ ให้เผื่อเหลือไว้ด้วยนิดหน่อยสำหรับปรับปรุง-อุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆ

2. ถามตัวเองก่อนว่าชอบรถสไตล์ไหน มีให้เลือกเพียบ Sport racing , Sport touring ,chopper , motard สารพัดที่จะเรียก

3. อย่างแรกคือคนซื้อรถ ก็จะเหมือนกับมองผู้หญิง คือเอาภายนอก รูปทรง สีสรรก่อน มองแล้วโดนเต็มๆ

4. อันนี้สำคัญ เมื่องบกับรุ่นรถมาเจอกันก็จะได้ข้อสรุปว่ารถรุ่นไหนอยู่ในงบของตัวเอง แต่ก็จะจำกัดวงเข้ามาอีกว่า รถรุ่นที่เราชอบเนี้ยเป็นรถตลาดรึเปล่าว ตลาด ความหมายคือ รถมีเยอะ อะไหล่มือ 2 ก็ต้องเยอะไปด้วย เมื่อเยอะก็ไม่แพงและหาง่าย ใช้ไปซักพักอยากขายก็ง่าย ทำนองนี้ แต่ถ้าไม่ใช้รถตลาด คือ รุ่นนี้มีน้อยล่ะก็ มือใหม่ถ้าไม่รวยหรือพ่อรวยจริง อย่าดีกว่าครับ เสี่ยงเกินไป

5. คนขาย/ร้านขาย เราคนซื้อต้องใช้ความรอบคอบในการเลือกซื้อ อย่ามักง่ายเห็นแค่ความสวยงามภายนอก ก่อนเข้าไปถามควรหาข้อมูลรุ่นรถที่ต้องการให้กับตัวเองก่อนให้มากที่สุด จะได้ไม่โดนเค้าหลอก หรืออย่างน้อยพาเพื่อนที่พอมีความรู้เข้าไปด้วยกัน ช่วยกันดู ใครจะว่าเราเรื่องมากก็ช่างมัน เพราะเงินหายาก

6. เมื่อสรุปหลายๆ ประเด็นได้ตามที่ต้องการแล้ว อย่างนึงคือ ต้องถามคนขายให้แน่นอนว่าทะเบียนรถเป็นไง ไม่อยากบอกเลยอันนี้ แต่คงต้องบอกนะ คือวงการนี้รถมันเป็นอะไหล่มาจากญี่ปุ่น ถอดมาเป็นชิ้นๆ แล้วเอาเข้ามาประกอบ (เลี่ยงภาษี) คราวนี้เมื่อประกอบแล้วก็แจ้งทำทะเบียน เมื่อก่อน (7-10 ปีมาแล้วหรือมากกว่านั้น) ไม่ใช่เรื่องยาก ร้านนำเข้า-ประกอบเยอะแยะไปหมด รวยกันก็เยอะ กรณีนี้เรียก "ทะเบียนแท้" แต่มาปัจจุบันรัฐบาลจำได้ว่าตั้งแต่สมัยชาติชายเป็นนายก เริ่มห้ามจดทะเบียนเพราะใช้มาตราฐานไอเสียอะไรทำนองนั้นมาบีบ แล้วคงจะรวมถึงค่ายรถมอไซด์ต่างๆ ในบ้านเราด้วย เพราะช่วงนั้นรถใหญ่ขายดีมาก เพราะราคาไปใกล้เคียงกับรถที่ผลิตในบ้านเรา 150 cc. คิดดูสิ สวยกว่า เร็วกว่า แรงกว่า  เผลอๆถูกกว่าอีกต่างหาก พอห้ามจด แต่รถใหม่ยังมีเข้ามา ก็เลยต้องเอาทะเบียนรถคันเก่าที่พังไปแล้วมาสวมทับเป็นคันใหม่ แจ้งเปลี่ยนเครื่อง-เฟรม  ก็ยังเป็นรถที่ถูกต้องแต่ไม่ 100% เอ้า....ถ้ายังโอนได้ก็ไม่เป็นไร  แต่ยังมีอีกประเภทนึงคือ สวมแบบคนละรุ่น หรือ cc. กันเลย จะมีแบบดีหน่อยคือ แก้ข้อมูลในเล่มซึ่งยากมาก แต่จะกลายเป็นเล่มแท้ (กรณีนี้ต้องใช้กำลังภายในเส้นสายมาก) กับอย่างสุดท้าย คือ ลบเลขเครื่อง-เฟรมของตัวรถแล้วตอกเลขใหม่เข้าไปเลย อันนี้อันตราย คือ ปัจจุบันราชการเข้มงวดมากขึ้น ห้ามเอาไปตรวจเองที่ขนส่ง เพราะจะยึดรถเลยทันที (ทะเบียนตอก)
 
ที่อธิบายมายืดยาวเพราะว่าอยากจะเตือนมือใหม่ ว่าก่อนตกลงซื้อ-ขาย ให้ถามคนขายก่อนว่าทะเบียนแท้รึเปล่าว ถ้าไม่แท้ (ยอมรับได้) ถ้าอนาคตเราจะขายโอนได้มั๊ย ถามให้แน่นอนจะได้ไม่ทะเลาะกันทีหลัง แล้วถ้าคนขายมีจรรยาบรรณ ควรบอกให้คนที่จะซื้อทราบด้วย อันนี้เสนอแนะไว้ให้มือใหม่ระวังตัวเอง แต่ถ้ายอมรับได้ก็จบไป แต่สำหรับคนที่มีเงินเยอะแล้วซื้อแบบจดใหม่ไปเลยก็ตัดปัญหาพวกนี้ไปเลย ค่าจดทะเบียนใหม่แบบถูกต้องประมาณ 65,000 - 75,000 บาท สำคัญ สำคัญ.....คนที่มือใหม่จริงๆ ยังขี่รถไม่คล่องเลยแต่มีเงินเหลือเฟืออยากได้รถรุ่นใหม่ๆ แพงๆ ไม่มีใครว่าหรอกครับ อันนี้เสนอแนะนะ อย่างน้อยผมว่าควรจะขี่คันที่มันเล็กๆ ลงมาหน่อย เอ้า...400cc. ก็ได้ แนะนำ Honda Super4 400cc. Yamaha XJR400  หรืออะไรที่เป็นรถประเภทเดียวกัน ที่แนะนำรุ่นนี้เพราะเป็นรถตลาด เป็นรถแบบมีแฮนด์บาร์ ท่านั่งไม่ก้มมาก เราเอามาหัดก่อนได้ ขี่แรกๆ คงมีจอดล้มบ้าง ขี่ล้มเองบ้างเป็นธรรมดา อย่างนึงเราจะได้หัดการใช้เบรค คันเร่ง การเชนเกียร์ การคอนโทรลรถในย่านความเร็วหลายๆ แบบ และอีกอย่างคือน้ำหนักตัวไม่มาก ความเร็วไม่สูงมากนัก เอาพวกนี้ให้คล่องก่อนแล้วขายไปซื้อคันใหญ่กว่านี้ก็ได้ จริงๆแล้วบ้านเรายังล้าหลังอยู่มากนะ ใบขับขี่มอไซด์ใบเดียวขี่ได้ทุก cc. ถ้าเป็นต่างประเทศเค้าจะแยกเลย ต้องสอบวัดความสามารถในการคุมรถแต่ละ cc. อย่างนึงที่สนับสนุนคือ อย่างน้อยไม่ใช่ว่าขี่มอไซด์เป็นก็ขี่มันใหญ่ๆ แรงๆ เลย แล้วผลเป็นไง ผมว่าความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ คุณยังไม่คล่องเลย เพิ่งจะหัดแต่ไปหัดตัวแรงซะแล้ว พิการหรือตายก็เยอะ เอาเป็นว่าเป็นห่วงถ้าจะเรียนลัด ก็ควรมีอาจารย์ดีๆ คอยแนะนำหน่อยก็แล้วกัน

7. เฮๆๆๆๆ ได้รถมาแล้วสมใจปอง บทต่อไปก็จะว่ากันถึงการบำรุงรักษาก่อนจะขี่ครั้งแรก


ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 244
    • Thailand Superbike Riders site


การบำรุงรักษาก่อนการขี่ครั้งแรก

มาว่ากันต่อ คราวนี้เราได้รถมาแล้ว อย่างแรกที่ต้องจัดการคือ กรณีที่เป็นรถมือ2

1. ถ่ายน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่อง (แนะนำให้เปลี่ยนนะครับ เพราะเราไม่รู้ว่าใช้งานมานานแค่ไหนแล้ว นอกจากว่าเจ้าของเดิมจะบอกว่าเพิ่งถ่ายมา ถามยี่ห้อด้วยนะ)

2. ฟิวส์ต่างๆ ในรถควรเปลี่ยนนะ อย่างแรกคือได้ความสะบายใจว่าเราได้ใส่ของใหม่ไปแล้ว

3. อีกอย่างนึงควรถามเจ้าของเก่าว่าพวกน้ำมันเบรค น้ำมันคลัช น้ำมันโชคหน้า เคยทำอะไรมาบ้างรึเปล่าว ถ้าไม่เคยให้เปลี่ยนเลยเพราะพวกนี้มีอายุการใช้งาน, พวกสายเบรค - สายคลัช ให้หล่อลื่นสายซะหน่อยนึง ค่อยๆ ใช้น้ำมันหยอดลงไปที่ละนิดๆ จะได้ลื่นๆ ไม่ขาดกลางทาง

4. พวกหลอดไฟหน้า-หลัง ถ้าเปลี่ยนได้ เปลี่ยนซะ

5. อันนี้ สำคัญนะครับ ผ้าเบรค ปั้มเบรคบนล่าง  ควรถอดมาดูซะหน่อย อาจสกปรกมากก็ได้ ถ้าล้างซะจะได้มั่นใจเต็ม 100

6. สำคัญไม่แพ้กันคือ ยางหน้า-หลัง ให้สังเกตุที่เนื้อยาง อย่าไปดูที่ดอก เพราะบางทีดอกเต็มเลย สึกน้อยมาก สวยๆ แต่เนื้อยางหมดสภาพแล้ว แข็งโป๊ก อันนี้ใช้ไม่ได้  ยางที่ดีหรือสภาพพอใช้หน่อยต้องพอนิ่มบ้าง จิกแล้วเป็นรอย คือมันจะได้เกาะถนน  ถ้าไม่ดีต้องหาเปลี่ยน จะมือ 2 หรือใหม่ก็ได้ เลือกดีๆ ถ้ายางดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ขี่มั่นใจกว่ามาก

เอาหละ การขับขี่ปลอดภัยภาคแรก ก็คงจบแบบคร่าวๆ รายละเอียดคงมีจุกจิกอีกบ้าง แต่คงอาจลืมหรือไม่เอ่ยถึง เอาเป็นว่าตอนนี้คุณก็ได้ข้อมูลไปแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟังแล้ว แต่ถ้าในกรณีที่คุณได้รถมาแล้วแบบสภาพไม่ค่อยดีก็อย่าไปท้อเลิกเล่นไปซะก่อน ค่อยทำเก็บงานไป เดี๋ยวก็ใช้งานได้ดีเอง แล้วก็ขออภัยด้วย บทความนี้เป็นบดความที่คิดเองเขียนเอง บางอย่างอาจไม่ถูกก็ได้ ฉะนั้นก็ขออภัยด้วยนะครับถ้าบกพร่อง คิดว่าเป็นเจตนาดีของคนที่เคยผ่านช่วงที่เล่นรถใหม่ๆ มาแล้ว เลยเอามาบอกกันเท่านั้นเอง

ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 244
    • Thailand Superbike Riders site
บทที่ 2

มาเริ่มภาค 2 กันเลย ถ้ายังไม่เบื่อมาคุยกันต่อ เราว่ากันมาถึงตอนที่ซื้อรถมาแล้ว บำรุงรักษาแบบเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว คราวนี้มาถึงขั้นตอนที่จะเอามาใช้งานจริงๆ บนถนนล่ะ อย่างแรกเลย

เริ่มการใช้งาน (ก่อนการใช้งานให้ทำจนเคยเป็นนิสัยไปเลย)

1. วนรอบรถซัก 1 รอบ ดูคร่าวๆ กดยางหน้า-หลัง ดูสิอ่อนมั๊ย โซ่หย่อนรึเปล่าว  มีอะไรผิดปรกติรึเปล่า

2. ก้มลงดูระดับน้ำมันเครื่อง (ให้อยู่ในขีดปรกติ ถ้าพร่องก็เติมซะ)

3. ให้สตาร์ทวอร์มเครื่องก่อนซักแป๊บ ซัก 1-2 นาที ปล่อยเดินเบาไปเรื่อย ไม่ต้องไปเร่งเครื่อง

4. ระหว่างที่เดินเบาอยูนั้นก็ ลองกำเบรคหน้า -หลัง ไฟหน้า-หลัง ติดรึเปล่า

เอาล่ะ คราวนี้ก็พร้อมเดินทางแล้ว


เซฟตี้ให้ตัวเอง (เครื่องแต่งกาย)



เมื่อเรื่องรถเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเรื่องของตัวเองบ้าง ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าพวก big bike เนี้ย...มันเป็นงานอดิเรก เป็นของเล่นชนิดนึง บางทีฝรั่งเรียกว่า big boy toy คือเป็นของเล่นของพวกผู้ใหญ่ แต่ของเล่นชนิดนี้อันตรายนะครับ ต้องเรียนรู้และไม่ประมาท มีสติที่จะใช้งาน รถที่ใช้งานทุกรุ่นไม่จำกัดหรอกครับว่าจะเป็นรถประเภทไหน พวกนี้น้ำหนักค่อนข้างเยอะ ความเร็วสูง แต่ก็มีความปลอดภัยสูงเช่นกัน คือ ระบบเบรค หรือเอนจิ้นเบรคดีกว่า การคอนโทรลรถดีกว่า ก็คงอย่างที่ชาวบ้านเค้าเรียกกันคือ "เนื้อหุ้มเหล็ก" ไม่เหมือนรถยนต์ที่เป็นเหล็กหุ้มเนื้อ เรารักที่จะใช้งานหรือเล่นแล้วก็ต้องเซฟตัวเอง ไม่ประมาท เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุเมื่อไหร่ ฉะนั้นต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน

1. หมวกกันน็อค



สำคัญอันดับ 1 เลย ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงเอาไว้กันสมองไหล แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนที่ขี่ต้องมี ยิ่งเป็น Super bike คุณต้องให้ความสำคัญมากๆ มาแยกประเภทกันเลย

1.1 แบบเต็มใบ     แบบคลุมยื่นมาจนถึงคางเลย
1.2 แบบค่อนใบ    คลุมมาทั้งหัวแต่เปิดที่คาง
1.3 แบบครึ่งใบ     คลุมแค่ครึ่งศรีษะ ประมาณใบหู

หมวกทั้ง 3 แบบ แบบที่เซฟที่สุดคือ แบบแรกเต็มใบ อันนี้คลุมศรีษะทั้งหมดเลย ส่วนอีก 2 แบบ ก็ปลอดภัยลดหลั่นกันมา แยกตามประเภทการใช้งาน ถ้าแค่จ่ายกับข้าวในซอย ก็คงใช้แค่ครึ่งใบหรือค่อนใบ

เสริม... แนะนำนะครับ ไหนๆ คุณก็ซื้อรถคันละหลายๆ หมื่นหรือแสนมาแล้ว อย่าประหยัดแค่ราคาหมวกเลยครับ รถซ่อมได้ แต่คนซ่อมไม่ได้นะ ถ้ารักตัวเองและคนที่รักคุณข้างหลัง หาซื้อดีๆ ซักใบเถอะ ไอ้หมวกใบละ 900-1,000 บาท ที่ผลิตขายในบ้านเราน่ะต่อให้ผ่าน มอก. มันใช้ไม่ได้ครับ อย่างแรกคือวัสดุที่ผลิต

                                          INDEX -SAFETY MET                             SHOEI -ARAI -SHARK ฯลฯ
โครงหมวก                                  พลาสติค                                                  ไฟเบอร์ - คาร์บอน
โฟมรับแรงกระแทก                     หนาแน่นน้อย                                             หนาแน่นสูง
ผ้าบุภายใน                                        -                                                             -
ชิลด์ /แผ่นใส                              พลาสติก แตกได้                                        เป็นพลาสติคลามิเนท บิดได้ ไม่แตก
สายรัดคาง                                  หลุดได้                                                     ไม่หลุด (จดสิทธิบัตร - ลิขสิทธิ์)

ไม่ได้เจตตนาเอายี่ห้ออื่นมาวิจารณ์หรอกนะครับ ของที่ผลิตในบ้านเรายังมีคุณภาพไม่ถึง ถ้าคุณแค่ใช้รถเล็ก 100-150 cc. ในบ้านเราก็พอใช้ครับ แล้วก็สวยงามเหมือนของนอกเลยตอนนี้ ถูกเงินด้วย ผมว่าจริงๆ แล้วถ้าเค้าจะผลิตให้มันดีกว่านี้ก็คงได้ แต่ใครจะไปซื้อล่ะครับ ตอนนี้ในบ้านเราเส่วนมาก ก็ใส่เพราะกลัวโดนตำรวจจับเท่านั้นล่ะ ไอ้ที่กลัวตายจริงๆ คงน้อย แต่สำหรับพวกเราที่เล่นคันใหญ่ๆ เนี้ย รถมันแรงกว่า เร็วกว่า คุณก็ต้องเอาหมวกที่มันคุณภาพดีกว่าเป็นธรรมดา

อันนี้เป็นประสพการณ์ของตัวเองนะครับ เคยไปชนกับรถยนต์มา เรามาทางตรง(ในซอย) แล้วคราวนี้ในซอยมันมีซอยแยกย่อยเยอะ เราก็วิ่งขึ้นสะพานมา พอลงสะพานมาก็เจอรถจอดอยู่กลางถนนเลย(ตีนสะพาน) เค้ากำลังรอเพื่อข้ามไปเลนตรงข้าม ไม่ได้เบรคเลย ชนเข้าไปกลางคันรถเลย ยังดีที่สไลด์ล้มก่อน (คงเป็นแบบเฉียบพลัน....) ลอดเข้าไปใต้ท้องรถเลยทั้งคนทั้งรถ คู่กรณีเป็น 4WD  ผลคือสลบคาที่ ไปตื่นอีกทีที่ โรงพยาบาล ยังดีใส่เสื้อหนัง หมวกกันน็อค ถุงมือครบ หมวกที่ใส่ SHOEI X8

มาดูสภาพกัน....ปรากฎว่าช่วงตรงกันคางด้านข้างฉีกเลย นี่ขนาดเป็นไฟเบอร์นะ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเป็น INDEX - SAFETYMET คงกรามยุบเป็นแถบเพราะเป็นพลาสติค โชคดีไป

อีกตัวอย่างนึง เพื่อนกัน ขี่รถออกจากบ้านไปชนแถวเกษตร มีหมวกดีๆ นะ แต่เสียดายกลัวมันเก่าเอาไว้ออกทริปอย่างเดียว ส่วนใหญ่ในกรุงเทพใช้หมวกบ้านเราสวยๆ วันนั้นไปชนซะกระเด็นข้ามรถยนต์เลย หัวกระแทกพื้นหมวกหลุดออกจากตัว คุณเชื่อมั๊ยอยู่โรงพยาบาลมา 2-3 วันแล้วยังพูดวนไปวนมา ซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น ผมกำลังจะไปไหน แล้วผมมาอยู่โรงพยาบาลได้ไง แล้วคุณปุ้มพาผมมาได้ไง .... ทำนองนี้  พูดอย่างนี้ทั้งวันเป็น 100 รอบ จำอะไรไม่ได้เลย กว่าจะทุเลาก็เป็นเดือน หลังจากนั้นก็มานึกเสียดายว่าวันนั้นน่าจะใส่หมวกใบดีหน่อยไป แค่หมวกพัง แต่โดนค่ารักษาไปเกินครึ่งแสน เฮ้อ...ฉะนั้น ซื้อเถอะครับ มือ 2 ก็ได้ เลือกที่มันสภาพดีๆ หน่อย วิธีเลือกซื้อผมจะบอกทีหลัง

2. ถุงมือ



จำเป็นต้องใส่นะครับ ถ้าในเมืองใช้แบบผ้า(วิบาก)ได้เพราะถ่ายเทอากาศดีกว่า แต่ถ้า ตจว. ขอให้อย่างน้อยต้องมีส่วนกันกระแทกและฝ่ามือเป็นหนัง  ปัจจุบันมีการใช้วัสดุจำพวกคาร์บอนมาเสริมความแข็งแรง ซึ่งก็ดีกว่าก่อนมาก แข็งแรงกว่า สวยกว่า

3. รองเท้า



อย่างน้อยขอเป็นรองเท้าผ้าใบนะครับ หรือถ้าออกทริปก็เป็นหนังไปเลย ลักษณะบูทยาว อันนี้ก็ขอเถอะ เห็นใครแล้วถ้าไม่กลัวเค้าโกรธนะจะว่าเลย เห็นชอบใส่รองเท้าแตะขี่กัน เฮ้อ...ไม่กลัวนิ้วหายกันเลย แล้วอีกอย่างคือ เวลาเข็นมันลื่นนะ ล้มกันมากก็เพราะรองเท้าแตะนี่เยอะ แต่ไม่บอกกัน มันอายน่ะ

4. กางเกง



เป็นกางเกงยีนส์ขายาวก็โอเคแล้วล่ะ ใครจะฮิปฮอปก็ไม่ว่ากันล่ะ แต่ถ้าโดนท่อไอเสียแล้วจะหนาว

5. เสื้อ



มาถึงอันนี้ต้องไว้อันสุดท้าย อย่างน้อยขอเสื้อยีนส์หรือเจ็กเก็ตจะดีมาก แต่ถ้าให้ดีเอาแบบป้องกันได้หน่อย คือแบบมีการ์ด อย่างน้อยเจ็บหนักจะได้เป็นเบาหน่อย มีกันศอก ไหล่ หลัง ของนอกก็มีหลากหลายยี่ห้อ หรือจะเอาของ 118 ก็ได้ 555

ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 244
    • Thailand Superbike Riders site
บทที่ 3

มาถึงภาค 3 แล้ว มีสาระบ้างไม่มีบ้างก็ต้องขออภัย ภาคนี้จะกล่าวถึงการการปฎิบัติ คร่าวๆ หรือมารยาทการใช้รถในชีวิตจริง และการออกทริปท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ คือมากกว่า 2 คนขึ้นไป

ออกทริป



เริ่มแรกมาว่ากันถึงขณะขับขี่กันเลยนะครับ

1. การเลี้ยวซ้าย - ขวา ต้องให้สัญญานไฟเลี้ยวทุกครั้ง (อาจเป็นสัญญานมือก็ได้)

2. ระยะห่างจากรถคันหน้า ให้เว้นว่างอย่างน้อย 1 คันรถหรือมากกว่านั้นและต้องสลับฟันปลากัน คือวางตำแหน่งให้เหลื่อมๆ กัน ที่ต้องบอกอย่างนี้เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ถ้าขี่ใกล้กันเกินไป เกิดคันหน้าเบรคกระทันหัน คันหลังเบรคไม่ทันก็จิ้มกันซะ

     - การขับขี่บนทางเขาให้เว้นระยะมากกว่าปรกติ แล้วห้ามแซงหากเป็นโค้งลับตา(มองไม่เห็นทางออก) หากจะแซงคันหน้าให้กะระยะและเดินคันเร่งแรงพอที่จะแซงโดยไม่ปาดเข้าไปใกล้มากจนเกินไปจนอาจทำให้คันที่ถูกแซงตกใจจนเสียอาการได้

3. ทางเขาที่ชันมากๆ ให้ใช้เกียร์ต่ำ สลับไปกับการเบรค อย่าใช้เบรคอย่างเดียว เพราะเบรคจะร้อนเกินไปจนมีอาการที่เรียกว่าเบรคหาย วิธีแก้คือ ต้องจอดรอให้เบรคเย็นลงก่อน


ข้อเสนอแนะ



      -  หากคุณยังไม่มีชั่วโมงบินมากพอ แนะว่าอย่าขี่นำเป็นคันหน้าหรือคันแรกทริปช่วงทางเขา ก็เพราะว่าคุณยังอ่านโค้งไม่ขาด มองไม่ออกว่าโค้งจะลึกรึเปล่า? โค้ง 2 ขยักมั๊ย? ให้ขี่ตามดีกว่าครับ แล้วสังเกตอาการของคันหน้าที่เค้ามีประสพการณ์มากกว่า แล้วลองคาดการณ์การใช้เบรคหรือเอนจิ้นเบรค และอาการทางกายขณะเข้าโค้งดู ก็จะทราบว่าคุณควรจะทำอย่างไรเมื่อถึงตาของคุณบ้าง

      -  การแซงในโค้ง นั้นก็หมายถึงว่าคุณอยากลองของละ แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขตมารยาทอันดีที่พึงกระทำ คือให้กะช่วงที่คันหน้ากำลังเดินคันเร่งต้นๆ ของโค้ง แล้วคุณต้องเดินรอบเครื่องให้เร็วกว่า เมื่อประกบมาแล้วกลางโค้งคุณต้องรีดคันเร่งแซงเลย ไม่ลังเลใจ แต่ต้องเว้นช่วงห่างให้รู้สึกว่าปลอดภัยนะครับ แซงกันแบบปาด แบบแฮนด์รถแถบจะชนกันนี่ไม่เอาครับ เราไม่ได้มาแข่งกัน แค่ลองกันสนุกๆ เฉยๆ พอหอมปากหอมคอเฉยๆ แล้วช่วงที่แซงนี่คุณต้องมองโค้งออกนะครับ โค้งแคบไม่เหมาะอย่างมาก อันตรายกับตัวคุณเอง หากมีรถสวนหรือคุณเร็วไม่พอ ไลน์ของรถ 2 คันจะมาทับกันพอดี แต่ตามมารยาทคันที่ถูกแซงเมื่อมองจากกระจกมองหลังแล้วเห็นคันหลังกำลังจะแซง คงต้องเดินคันเร่งให้น้อยลงหน่อย เพื่อให้คันหลังเสียบขึ้นมาได้ ไม่หวาดเสียว เราไว้แซงคืนโค้งหน้าก็ได้ (ก็เพื่อนกันทั้งนั้น)

       - การไล่กันแบบบี้ติดตูดกันใกล้ๆ ตามความเห็นก็สนุกดี ถ้าเอาแค่สนุกๆ แต่ถ้าเป็นทริปที่คุณขี่กับคนอื่น ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งครับ ยิ่งเพิ่งรู้จักด้วยนะ เพราะคุณไปสร้างความกดดันให้คนอื่น คันหน้าต้องพยายามหนี (สนุกตื่นเต้น) แต่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และหากใกล้กันเกินไปหากเบรคกระทันหัน  คันหลังเสยตูดเลย(ไปทั้งคู่)

       - ในทีมคุณถ้าไม่สร้างภาพลักษณ์มากเกินไป ผมว่าสลับกันนำบ้าง สลับตำแหน่งในการขี่บ้างจะดีมาก คือไม่เบื่อที่จะต้องมองหลังหรือตูดใครนานๆ ให้เค้ามามองของเราบ้าง 555

       - ในกรณีที่มีมือใหม่หรือขี่ช้าไปด้วยกัน ต้องมีคนชำนาญทางคอยเป็นพี่เลี้ยงให้ในบางช่วงของถนนซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ เช่นทางเขา(ขี่นำไลน์) , ทางชำรุด - หรือทางลื่น

       -  ให้แจ้งเส้นทางการเดินทางให้ทุกคนทราบ และจะดีขึ้นถ้ามีแผนที่ระหว่างจุดทางเลี้ยว ทางแยก ต้องทิ้งคนบอกทางไว้ 1 คนเสมอ (คนที่ช้ากว่าจะได้ไม่หลง แล้วเบอร์โทรของแต่ละคนในทีมทุกคนต้องมีไว้ เผื่อหลงหรือรถเสียกลางทาง

       -  ระหว่างที่ขี่กันไปเรื่อยๆ ก็ให้สังเกตมองหลังบ้างเป็นบางครั้ง เพราะถ้าคันที่เราขี่แซงมาหายไป น่าจะเป็นข้อสังเกตถึงความผิดปรกติได้ ให้คุณหาวิธีบอกคันหน้าๆ ให้ทราบแล้วจอดรอซักพัก หากยังไม่มาอีกให้ส่งคันนึงวนกลับไปดู

       -  การจอดรถบนทางชันหรือทางลาด ให้สังเกตุพื้นที่จอดให้ดี อย่าจอดแบบขาตั้งเดี่ยว เพราะถ้าพื้นไม่แน่นพอรถจะล้มเพราะน้ำหนักรถมาก ให้หาอะไรรองขาตั้ง และที่สำคัญคือทางลาดให้จอดรถเข้าเกียร์เสมอ จะได้ไม่ไหล หากเกิดอุบัติเหตุอย่าจอดรถช่วยทันที ให้จอดเลยจุดอันตรายไปก่อน เช่นทางโค้ง ทางแยก หรือ ปลายสะพาน

       -  หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ให้ทำสัญลักษณ์บอกรถยนต์ที่ตามหลังมาเพื่อที่จะได้ทราบ ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ และถ้ามีคนเจ็บ หากสลบหรือไม่รู้สึกตัว อย่าช่วยในทันที เช่น ยกหรือลาก อุ้ม ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะอาจเกิดอันตรายถึงตายได้ เราคนที่ช่วยต้องปล่อยไว้อย่างนั้น เรียกให้รู้สึกตัวก่อน ถามถึงอาการให้คนเจ็บลองขยับแขน-ขาดู ว่าเจ็บตรงไหน ถอดหมวกกันน็อคออก(ถ้าทำได้) หรือมีคนนึงช่วยประคองต้นคอไว้ แล้วอีกคนค่อยๆ ดึงหมวกออก หากขยับตัวไม่ได้ให้เรียกหาคนช่วยทันที แต่ห้ามขยับเด็ดขาด จนกว่าคนที่มีความรู้เรื่องปฐมพยาบาลจะมา

       -  ขอให้ทุกคนนึกเสมอว่า เรามาเที่ยวกัน ไม่ได้มาขี่แข่งกัน ถ้าจะโชว์พาวเวอร์หรืออีโก้ให้ไปลองกันในสนามเลย ชุดแข่งครบ พนันกันเลยก็ยังได้ แต่ทีนี้เรามาเที่ยวกัน ให้นึกถึงความปลอดภัยไว้ก่อน ช่วงไหนเร็วไปน่าจะเกิดอันตรายก็ให้ลดความมีทิฐิลงบ้าง เพื่อนกันทั้งนั้น ไปกลับปลอดภัย สนุกสนานกันทุกคนจะดีกว่า

       -  อีกอย่างนึง ขอบอกเป็นข้อคิดข้อสุดท้ายคือ คำพูดที่ผมมักพูดบ่อยๆ คือ "ไอ้คนที่ยังเหลือขี่อยู่ทุกวันนี้น่ะไม่เก่งซักคน เพราะว่าไอ้คนที่มันขี่เก่งๆ น่ะ มันตายหรือไม่ก็พิการไปหมดแล้ว" ก็จำมาจากรุ่นพี่ รุ่นน้า คนอื่นเหมือนๆ กัน

ขอให้ทุกคนสนุกสนานกับการขี่รถนะครับ

ปุ้ม118
(จบแล้วจ้า เขียนมาแบบน้ำลายแตกฟองถ้าผิดพลาดอย่าถือกันนะครับ)



เครดิต www.118bikes.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=232243

ออฟไลน์ Omi

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
  • หัวใจติดล้อ....
 :) :) :)
ความรู้ๆ
 ;D ;D ;D

ออฟไลน์ Nutta Sue

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
  • freedom ride..

ออฟไลน์ พจน์ GLP ^^

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 9
ขอขอบคุณความรู้ที่แนะนำมาครับ มีประโยชน์มากๆ :)

ออฟไลน์ Hakisawa

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
  • Run in section
เป็นกระทู้ที่ผมแวะมาบ่อยมากๆ ตั้งแต่ก่อนจองรถ รอรับรถ และปัจจุบัน ชาบูๆ

ขับขี่ปลอดภัย เปิดไฟใส่หมวก~!!

ออฟไลน์ thanandon buchaboon

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 21
  • นี้มันลูกลิงชัดๆ
    • Www.cbr150club.com
ขอบคุณครับ
อยู่อย่างพอเพียง ใกล้ตัวความสุขยังมี
อยู่อย่างพอดี ไม่มีความทุกข์ร้อนในใจ
สุขจริงแท้ในชีวิตคน จะค้นเจอได้ไม่ไกล
    อยู่ในใจของคนรู้จักพอเพียง

 


Kawasaki Z800 | Honda CBR650F & CB650F | Suzuki Gladius | Ninja-Thailand
© 2012-2014 www.ninja-thailand.com | All rights reserved | onefineday1998@gmail.com
Carbonate design by Bloc
variant: carbon
SMF 2.0.2 | SMF © 2011, Simple Machines
Enotify by CreateAForum.com