28 มิ.ย. 2017, 22:46 น.
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน 
ข่าว:

Ninja-Thailand.com ข้อมูลข่าวสาร บทความ การขับขี่ สเปค รีวิว ราคา ซื้อขาย ของแต่ง BigBike



ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานพญาเหยี่ยวจ้าวความเร็วทางเรียบ Suzuki GSX-1300R Hayabusa  (อ่าน 18897 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 244
    • Thailand Superbike Riders site
เนื้อหาต่อไปนี้เขียนขึ้นโดยคุณ หกขาสองหางสี่ปีก ซึ่งเขียนไว้นานแล้วในเว็บ pantip.com เห็นว่าน่าสนใจดี แถมอ่านสนุกด้วย จึงอนุญาติก๊อปมาลงในนี้เลยนะครับ



Suzuki GSX-1300R Hayabusa



ตำนานของสุดยอดรถที่ได้รับการบันทึกใน Guinness Book ในฐานะของรถโปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก มันเริ่มมาจากช่วงเวลาของยุค 90 หลังจากที่ซูซูกิ GSXR1100 กับคาวาซากิ ZZR1100 แก่งแแย่งความเป็นที่หนึ่งด้านจ้าวความเร็วและแรงม้ามาตลอด แต่ช่วงปลายยุค 90 นี่เองที่อยู่ๆก็เกิดมีม้ามืดที่โผล่มาคว้าตำแหน่งนี้ไปแทน นั่นก็คือ CBR1100XX Super Blackbird เจ้าของเรือนร่างสุดเพรียวที่ฮอนด้าคุยว่ามันมีสัมประสิทธิ์ความเสียดทานอากาศพอๆกับรถสปอร์ทขนาด 250 ซีซี.เท่านั้น

รถในระดับนี้ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่ยอดขาย แต่มันเป็นหน้าตาของบริษัท เป็นการประกาศเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่ง ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ โครงการสุดยอดรถที่เร็วที่สุดในโลกจึงถือกำเนิดขึ้น เป้าหมายของมันคือการเอาชนะรถทุกรุ่นที่มีอยู่ในโลก และต้องแสดงความเหนือชั้นออกมาเพื่อให้คู่แข่งยอมรับความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง การวางคอนเซปท์ของรถนั้นตั้งใจจะให้มันเล็ก เบา กำลังสูง แต่เมื่อพิจารณาดูถึงเป้าหมายในการใช้งานแล้ว รถแบบนี้ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางไกล ใช้รอบไม่สูงนัก สเถียรภาพการขับขี่ที่มั่นคง

จุดลงตัวจึงมาอยู่ที่เครื่องยนต์ 1,300 ซีซี เป็นเครื่องยนต์รถสปอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในโลก และรูปทรงแฟริ่งที่มองเห็นความปราดเปรียวแบบนักสู้แต่ก็ต้องสามารถสร้างความสบายไปตลอดการเดินทาง ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นเจ้ายักษ์อ้วน GSX1300R Hayabusa




รูปแบบของตัวรถได้แรงบันดาลใจมาจากเหยี่ยวชนิดหนึ่งซึ่งเรียกว่า Peregrin Falcon มันได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เร็วที่สุดในโลก มันมีวิธีการล่าเหยื่อด้วยการบินวนหาเป้าหมายในอากาศระดับสูง มันสามารถทำความเร็วจากการบินได้สูงถึง 150 กม./ชม. อาหารของมันคือนกขนาดเล็กที่บินในระดับต่ำจำพวกนกพิราบ และเหยื่ออีกชนิดที่มันโปรดปรานคือนกเดินดงสีดำหรือ BLACKBIRD

เมื่อเห็นเหยื่อ มันจะพุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วที่ไม่มีสัตว์ชนิดใดในโลกจะเทียบได้ จากสถิติที่บันทึกไว้ เมื่อมันเร่งความเร็วทิ้งตัวพุ่งลงมาใส่เหยื่อของมัน มันทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 300 กม./ชม.!!!!

เหยี่ยวชนิดนี้ในญี่ปุ่น มีชื่อเรียกว่า HAYABUSA

หัวหน้าทีมผู้ออกแบบกล่าวว่าสิ่งที่ติดตาตรึงใจจนเกิดโปรเจคท์นี้ คือสิ่งที่เขาได้เห็นในวันหยุดพักผ่อนวันหนึ่ง ภาพของ Hayabusa ที่พุ่งตัวลงมาด้วยความเร็วสูงเข้าใส่เหยื่อที่ไร้ทางสู้ Blackbird ถูกโจมตีอย่างรวดเร็ว รุนแรง มันไม่มีโอกาสแม้แต่จะทันได้หันมาดูเพชรฆาตผู้พรากชีวิตมัน

จึงเป็นที่มาของรหัสใหม่ที่ตั้งขึ้น เพื่อไล่ล่าความเป็นที่สุดในโลก




รูปทรงของรถถูกทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่าในอุโมงค์ลม ด้วยความต้องการให้มันเป็นที่สุดในด้านอากาศพลศาสตร์ แฟริ่งถูกออกแบบมาให้หุ้มตัวคนขี่จนแทบจะไม่มีกระแสลมมาสัมผัส เพื่อผลของการขับขี่ที่ดีที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน และในขั้นตอนสุดท้ายมันก็ถูกแก้ไขรูปแบบของก้านเบรคและก้านคลัทช์ เพราะเมื่อต้องแหวกผ่านสายลมที่ความเร็วมากกว่า 300 กม./ชม. มันถูกแรงลมอัดให้บีบตัวเข้ามาเอง




สุดท้ายคือสีสันลวดลายบนเรือนร่าง สีเหลืองทองสลับด้วยเทาเงินเป็นธีมหลักของการออกแบบโดยเอาตัวอย่างจากเหยี่ยวนักล่าแห่งจินตนาการ อีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษกว่าคือตัวหนังสือขนาดใหญ่ที่ด้านข้างแฟริ่ง มันกลายเป็นสัญญลักษณ์ของความเร็วไปแล้ว ตัวหนังสือนั้นเป็นตัวคันจิ อ่านออกเสียงว่า "Jun" , "Hayato" หรือ "Hayabusa"




ในที่สุด มันก็ประกาศตัวออกมาให้โลกได้รับรู้ความเป็นนักล่าในช่วงปลายปี 1998 จึงถูกนับเป็นโมเดล 1999 ปิดท้ายปีด้วยการทำสถิติเป็นรถที่เร็วที่สุดในสหัสวรรษ (จริงๆแล้วปีสุดท้ายต้องเป็นปี 2000 แต่ส่วนใหญเค้านับกันอย่างนี้ก็เลยว่าตามเค้าไป)

GSX-1300R HAYABUSA Specification

เครื่องยนต์ ------------------------ สี่สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำพร้อมออยล์คูลเลอร์ DOHC 16 วาล์ว
ความจุกระบอกสูบ ------------- 1298 ซีซี.
กระบอกสูบ x ช่วงชัก ----------- 81.0 x 63.0 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด -------------- 11.0 : 1
ระบบเชื้อเพลิง ------------------- หัวฉีด Keihin EFI, 46 mm Throttle body
หัวเทียน --------------------------- NGK CR9E หรือ DENSO U27ESR-N
แบตเตอรี่ -------------------------- 12V 36kC (10Ah)/10 hours YTX12A-BS (Smallsize)
Generator ------------------------ Three-Phase A.C generator
ไฟหน้า ----------------------------- โคมไฟต่ำแบบโปรเจคเตอร์ 12V 55W (H7) โคมไฟสูงแบบมัลติรีเฟลคเตอร์ 12V 65W (H83) high
ไฟเลี้ยว ---------------------------- 12V 21W
ไฟเบรคและไฟท้าย ------------- 12V 21W / 5W x 2
ไฟส่องป้ายทะเบียน ------------- 12V 5W
ไฟหน้าปัด ------------------------- LED
ท่อไอเสีย --------------------------- 4 - 2 - 2
เกียร์ -------------------------------- 6 ระดับ, constant mesh
โซ่ ----------------------------------- เบอร์ 530 (RK GB50GSV Z3) 112 ข้อ
อัตราทดเกียร์ --------------------- 1 - 2.615
-------------------------------------- 2 - 1.937
--------------------------------------- 3 - 1.526
--------------------------------------- 4 - 1.285
--------------------------------------- 5 - 1.136
--------------------------------------- 6 - 1.043
อัตราทดขั้นสุดท้าย -------------- 2.352

ขนาดตัวรถ
กว้าง x ยาว x สูง ---------------- 2140 x 740 x 1155 มม.
ความสูงถึงเบาะ ----------------- 805 มม.
สูงจากพื้น ------------------------ 120 มม.
ระยะฐานล้อ --------------------- 1485 มม.
น้ำหนัก ---------------------------- 215 กก.

กันสะเทือนหน้า ----------------- Telescopic USD, ปรับสปริงพรีโหลด, Rebound 14 ระดับ, Compression 13 ระดับ
กันสะเทือนหลัง ----------------- สวิงอาร์มมัลติลิงค์ ชอคอับแกส ปรับสปริงพรีโหลด ปรับ Compress และ Rebound 22 ระดับ
Caster & Trail ------------------ 24" 12' / 97 มม.
องศาการเลี้ยว ----------------- 30 องศาจากซ้ายสุดถึงขวาสุด
รัศมีวงเลี้ยว --------------------- 3.3 m
เบรคหน้า ------------------------ คาร์ลิเปอร์ Tokico แบบ 6 ลูกสูบ 2 ชุด
เบรคหลัง ------------------------ คาร์ลิเปอร์ 2 ลูกสูบ
ยางหน้า ------------------------- 120/70 ZR-17
ยางหลัง ------------------------- 190/50 ZR-17
ถังน้ำมัน ------------------------- 22 ลิตร
ความจุน้ำมันเครื่อง ----------- 3.3 ลิตร , เปลี่ยนกรอง 3.5 ลิตร
ความจุน้ำหล่อเย็น ------------ 1150 ซีซี.

อัตราการกินน้ำมันในเมือง --------------- 17.86 กม./ลิตร
นอกเมืองที่ความเร็ว 160 กม./ชม. ------ 19.60 กม./ลิตร
น้ำมันเต็มถัง วิ่งแบบบ้าเลือดพอประมาณไปได้ราวๆ 300 กม.




ถึงคนจะชื่นชม แต่กับหมา ถึงเป็นฮายาก็ไม่ละเว้น




1/4 ไมล์ ทดสอบจากหลายๆค่าย ผลที่ออกมาอยู่ระหว่าง 9.4 ถึง 10.4 วินาที ความเร็วปลายอยู่ระหว่าง 232 - 243 กม./ชม. ยกเว้นหนังสือเล่มหนึ่งในเมืองไทย ทดสอบแล้วหลุดไปถึง 13 วิ.กว่าๆ

0 - 100 ใช้เวลาอยู่ระหว่าง 2.7 - 3.2 วินาที
0 - 200 ใช้เวลา 7.6 วินาที (Australian Performance Streetbike magazine)

อัตราเร่งแซง 60 - 120 กม./ชม. ใช้เวลา 4.9 วินาที (Australian Performance Streetbike magazine)

ความเร็วสูงสุดตามบันทึกของ Guinness Book คือ 317 กม./ชม.
แต่ผลการทดสอบของนิตยสารต่างๆออกมามีตั้งแต่ 291 - 335 กม./ชม.
ทั้งหมดใช้เครื่องวัดความเร็วค่ะ ถ้าเป็นไมล์รถล่ะขึ้นไปเกือบ 350




กำลังสูงสุด 175 แรงม้าที่ 9,800 RPM
แรงบิดสูงสุด 14.1 กก.-ม. ที่ 7,000 RPM

เอาม้าลงพื้นได้จริง 157 BHP ทั้งหมดนี้วัดแบบไม่รวมอากาศอัดจากแรมแอร์ ถ้าเปรียบกับ R1 แล้วฮายาจะให้ม้ามากกว่า 20 - 25 ตัวในทุกๆรอบเครื่อง




ท่อนท้ายปกติจะเป็นมือจับของคนซ้อน แต่ก็มีครอบท้ายทรงสูงมาให้เอาเปลี่ยน จะได้ซ่าได้ถนัดและเอาไว้อ้างกับส่วนเกินได้ว่ามันไม่มีที่




เรือนไมล์ทรงบางเฉียบ น้ำหนักเบา มีจอ LCD สองจอ อันล่างจะบอกระยะทาง Trip A , Trip B และอัตราการกินน้ำมัน จอบนเป็นนาฬิกา และเป็นตัวแจ้งรหัสความเสียหายของเครื่องยนต์ มันจะมาพร้อมกับไฟเตือน FI




ดูข้างหน้าชัดๆ วัดรอบไปยันเรดไลน์ที่ 11,000 วัดความเร็วรุ่นปี 1999 2000 จะมีขนาดนี้แหละ ถ้าเป็น 2001 เป็นต้นมาจะโดนตอนความเร็วไม่เกิน 180 mph และเรือนไมล์จะเหลือวัดความเร็วแค่ 185 mph

ตอนที่บิดกุญแจ ไฟเตือนจะสว่างทั้งหมดและเข็มวัดรอบวัดความเร็วจะกวาดขึ้นจนสุดเป็นการเช็คระบบ แต่ถ้าใครดูหนัง Biker Boyz จะได้ยินเสียงเครื่องด้วย หนังมันมั่วน่ะค่ะ




ฟ้ามืดเมื่อไหร่จะเห็นเป็นแบบนี้




วิ่งหาท็อปสปีด อันนี้ไม่ค่อยชัดค่ะ แคปมาจากวิดีโอ




ชุดไฟหน้า เป็นต้นแบบของ GSXR1000 2003 และ เรดเดอร์ 150 ของบ้านเราดวงล่างเป็นไฟต่ำแบบโปรเจคเตอร์ ดวงบนเป็นไฟสูง ไฟเลี้ยวฝังในแฟริ่งและตะแกรงนั่นเอาไว้กันขยะชิ้นใหญ่ไม่ให้มุดเข้าแรมแอร์




คอนโซลข้างในเป็นพลาสติคแข็งสีดำ แผงคอทำไว้ไม่ให้โหลดเลย หนีบแฮนด์เอาไว้เป็นชุดสำเร็จ ตรงนี้จะเน้นความสบายมากกว่าการซิ่ง แม่ปั๊มอลูมิเนียมเน้นความคงทนมากกว่าจะรีดน้ำหนัก




ทางฝั่งซ้ายมีแม่ปั๊มคลัทช์ เลือกใช้คลัทช์ไฮดรอลิคเพื่อความนุ่มนวล




สเตบิไลเซอร์ที่ปลายแฮนด์อันเบ้อเริ่มเพื่อความนุ่มนวล ลดการสะเทือนได้เกือบสนิท ก้านคลัทช์ก้านเบรคแบบกลวงลดน้ำหนักและลดผลเวลาโดนลมปะทะที่ความเร็วสูง




คอนโซลหน้าหุ้มมิด ดูหรูกว่าและป้องกันลมรบกวน




ชอคอับหน้าแบบหัวกลับขนาด 43 มม. และคาร์ลิเปอร์ 6 ลูกสูบ บังโคลนหน้าอันใหญ่หวังผลเรื่องอากาศพลศาสตร์มากกว่าการกันกระเด็นจริงๆ




บั้นท้ายมหึมา ท่อปลายคู่หน้าตาธรรมดา เสียงดุดันแบบเรียบร้อยพอประมาณ อยากได้เสียงสมกับความแรงจะเปลี่ยนแต่ปลายอย่างเดียวก็ได้ค่ะ




สวิงอาร์มหลังหน้าตัด 5 เหลี่ยมพร้อมดามเสริมความแข็งแรง
คาร์ลิเปอร์ 2 ลูกสูบห้อยลงล่างแบบไม่กลัวน้ำกลัวโคลน




ในบรรดาสารพัดสีสันที่ออกมา ชอบตัวนี้ที่สุดล่ะค่ะ สีน้ำเงินเทาปี 2000




X-Ray ดูไส้ในกันให้หมด




เปลือยดูภายใน รูใหญ่ๆที่เฟรมตรงใกล้ๆแผงคอคือท่อลมเข้าหม้อกรองอากาศ ด้านหน้าต่อจากช่องลมหน้าแฟริ่ง




ภาพลายเส้นของเครื่องยนต์ทรงพลัง 175 แรงม้า




รูปที่ลงมาตลอดนี่ไม่ได้เรียงปีน่ะค่ะ เอาล่ะ มาจัดลำดับกันใหม่

ปีแรก 1999 มีออกมาสามสี เริ่มจากสีทองสุดสวย เป็นสีที่คนถามหากันมากที่สุด ดูแล้วอลังการจริงๆ




ต่อมาสีดำเทา




แล้วก็แดงดำ เก็บมาจากโฆษณาค่ะ




ต่อมาปี 2000 มีการปรับปรุงตัวดันโซ่แคมชาฟท์ และเสริมความแข็งแรงให้ซับเฟรมหลัง แต่แล้วก็มีข่าวร้าย ฮายาถูกรีคอลทั้งหมดของปี 99 และล็อตแรกๆของปี 2000 ด้วยปัญหาเรื่องโซ่ขับแคมไม่แข็งแรงพอ ปีนี้มีสีดำเทายังเหมือนเดิม ส่วนสีใหม่ก็มี แดงเทา




เพิ่งสังเกตุ ภาพข้างบนมันซ้ำง่ะ ช่างมันเหอะ

สีสุดโปรด น้ำเงินเทา




แล้วก็สีที่ไม่ค่อยจะเห็น สีเงิน เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น ลักษณะเหมือนจะเป็นพวกเหยี่ยวหิมะ ^.^

...

ปี 2001 ปีสุดเศร้าเพราะเริ่มต้นการจำกัดความเร็ว 280 ทั้งเรือนไมล์และความเร็วจริงหดหายลงไป ตัวปรับรอบเดินเบาเขยิบมาอยู่ใต้ถังน้ำมัน ช่องลมที่ท่อนท้ายเปลี่ยนทรง ลดความจุน้ำมันเครื่องจาก 3.3 ลิตรเหลือ 3.1 ลิตร แล้วก็มีตราซูซูกิแปะตรงเหนือไฟท้าย

คราวนี้ใช้สีเดิมแต่เปลี่ยนลายใหม่จากตัว S มาเป็นรูปปากเหยี่ยว

คันแรกสีดำเทา




น้ำเงินเทา คราวนี้ไม่สวยเท่าลายเก่าแฮะ




ปิดท้ายด้วยแดงเทา




ปี 2002 ปรับผังการจุดระเบิดและการจ่ายน้ำมันของ ECU ซะใหม่ให้เร่งได้เนียนกว่าเดิม
คอท่อช่วงต่อกับปลายจากเดิมสีดำ แต่ปีนี้ปัดเงา
หม้อน้ำไม่ทำสีแล้ว ปล่อยไว้เป็นสีอลูมิเนียม
ลูกปืนล้อหน้าแข็งแรงกว่าเดิม

ปีนี้เพิ่มสีดำทมึนทั้งคันเป็น Limited Edition




สีมาตรฐานแบบเดิม น้ำเงินเทา แต่ปีนี้สวยกว่าปีก่อน แค่สลับเทากับน้ำเงินในลวดลายเดิม




ดำน้ำเงิน ดูมันมืดไปหน่อยนะ แต่ก็สวยอ่ะ




สีเทาเงิน เรากับพรรคพวกลงความเห็นว่าซีดเหมือนรถซอมบี้

http://uppic.zubza.com/images/1344234915833_GSX_1300R_Hayabusa_37.jpg


ปี 2003 เปลี่ยน ECU ใหม่ทำงานเร็วและละเอียดกว่าเดิม
อัลเตอร์เนเตอร์ใหม่ เบากว่าเดิม
พิเศษสุดๆด้วยการเคลือบ Titanium-Nitride ที่แกนชอคอับหน้าแบบรถแข่งเลย

เปลี่ยนลายใหม่อีกที สีเทาดำ




สีเทาเงิน พอมาอยู่ในลายใหม่ค่อยดูดีหน่อย




Limited Edition ของปีนี้เป็นสีดำ เฟรมก็ดำ




สีพิเศษฉลองครบรอบ 40 ปีของซูซูกิในอเมริกา สดซะ..




ปี 2004 ไม่มีอะไรใหม่เลย ก็ขึ้นคานเป็นรถที่ไร้คู่ต่อกรซะงั้นน่ะ

สีเทาน้ำเงิน




สีเทาดำอย่างเดิม




เพิ่มเทาเข้มดำมาอีกอย่าง




สีแปลกๆก็มี ไม่รู้จะเรียกสีอะไรดี




น้ำเงินดำแบบมาดเข้ม




Limited Edition ปีนี้สีแดงแจ๋




ปี 2005 ปีหน้าก็ประกาศตัวออกมาแล้วว่าไม่มีอะไรใหม่อีกเหมือนเดิม สมแล้วที่ประกาศความสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ไม่มีอะไรให้แก้ไขอีก แต่ว่า..นี่มันถึงทางตันแล้วรึไงนะ

อย่างน้อยก็ยังได้ลายใหม่สีใหม่ล่ะน่า




สีแปลกๆมีมาอยู่เรื่อย




สุดท้ายล่ะ แดงดำดูไม่เข้าตาเท่าไหร่




เห็นแบบมาตรฐานมาเยอะแล้ว สุดยอดรถแรงแบบนี้ แต่ความแรงแบบเดิมๆ ของมันยังไม่สาแก่ใจพวกบ้าพลังค่ะ ยังยัดของที่ไม่ควรจะใส่กับมอไซค์ลงไปอีกทั้งเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์




ไนตรัส พร้อมด้วยกล่องแบบโปรแกรมได้




พวกนี้มักจะทำไว้แข่งแดรก แล้วก็ต้องยืดฐานล้อกันหน้ายก




บ้างก็เห็นว่านั่งซ้อนท้ายมันไม่สบายพอ เลยต่อไซด์คาร์มันซะ น่าเอาไว้ต่อรถขายไอติม แต่กลัวเรียกซื้อไม่ทันอ่ะ




หรือแต่งเป็นสามล้อเอาไว้ขายล็อตเตอรี่..

ไม่ใช่ง่ะ มันโมมาซะจนยางเดิมส่งม้าลงพื้นไม่หมด ต้องเอายางหน้าแบนๆของรถยนต์มาใส่แบบนี้แหละ




หมดชุดแล้วค่ะ จะเข้าหน้าหนาว ได้เวลาเที่ยวของชาวมอไซค์แล้ว ดูแลรถอย่าทิ้งให้หนาวเกินไปนะคะ





เพิ่มเติม

หลังจากนั้นในปี 2008 ได้มีการปรับโฉมอีกครั้งในส่วนของหน้าตาให้หล่อเหลามากขึ้น และด้วยความสวยงามอย่างลงตัวแบบไร้คู่ต่อกร จึงยังคงรูปโฉมนี้ไว้จนถึงปัจจุบัน (2012)




เครดิต : คุณหกขาสองหางสี่ปีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 ส.ค. 2012, 13:34 น. โดย Webmaster »

ออฟไลน์ CHAN007

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
เป็นรถในความฝันผมเลยครับ Hayabusa แต่ความจริงผมคงไม่มีปัญญา..55+ ผมชอบรูปทรงมันจริงๆครับ(ผมได้แค่รถโมเดลไว้ชื่นชมก็ดีใจแล้วครับ)

ออฟไลน์ jwtech

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
    • PLC Omron Mitsubishi
ถือเป็นรถเดิมๆจากโรงงานที่แรงที่สุดจริงๆ

แต่ ผมขับไม่ได้เพราะตัวเล็ก

แต่อันนั้นผมไม่เล็กนะครับ   ;D

ออฟไลน์ Ben10

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 138
ถือเป็นรถเดิมๆจากโรงงานที่แรงที่สุดจริงๆ

แต่ ผมขับไม่ได้เพราะตัวเล็ก

แต่อันนั้นผมไม่เล็กนะครับ   ;D

อะไรไม่เล็กครับ  :D
บิดไปให้ถึงดวงจันทร์ แม้ไปไม่ถึงก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว

ออฟไลน์ Killswitchen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
ข้อมูลละเอียดมากเลยครับ

 


Kawasaki Z800 | Honda CBR650F & CB650F | Suzuki Gladius | Ninja-Thailand
© 2012-2014 www.ninja-thailand.com | All rights reserved | onefineday1998@gmail.com
Carbonate design by Bloc
variant: carbon
SMF 2.0.2 | SMF © 2011, Simple Machines
Enotify by CreateAForum.com