29 เม.ย. 2017, 16:24 น.
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน 
ข่าว:

Ninja-Thailand.com ข้อมูลข่าวสาร บทความ การขับขี่ สเปค รีวิว ราคา ซื้อขาย ของแต่ง BigBike



ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวการใช้งานยาง Pirelli Rosso II ที่ระยะทาง 40,000 กิโลเมตร!!!  (อ่าน 26701 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 244
    • Thailand Superbike Riders site
วันก่อนพาหนูนินไปลุยฝนนิดหน่อย วันนี้เลยจับมาขัดสีฉวีวรรณ สังเกตเห็นยางที่ใช้อยู่เริ่มหมดสภาพแล้ว จริงๆ ควรจะหมดตั้งนานแล้วล่ะเพราะใช้งานมาแล้วถึง 40,000 ก.ม. (พิมพ์ไม่ผิดหรอกครับ สี่หมื่นถ้วน!) ในระยะเวลาปีครึง เรียกได้ว่ายางรถยนต์ยังอาย ตอนนี้คงถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนซะที แต่ไหนๆ ก็จะเปลี่ยนแล้วขอถ่ายรูปเก็บไว้นิดนึงและนำเรื่องราวเกี่ยวกับยางตัวนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ

Pirelli Diablo Rosso II




ยางตัวนี้เป็นยางเรเดียล หน้ายางประกอบด้วยเนื้อยางสองคอมปาวน์ คือ ตรงกลางแข็งเพื่อยืดอายุการใช้งานทางตรง และด้านข้างนิ่มเพื่อเพิ่มการยึดเกาะในการเข้าโค้ง โดยสเปกแล้วเป็นยางสปอร์ตกึ่งถนน เอ๊ะ! หรือถนนกึ่งสปอร์ต แต่อะไรก็ช่างเถอะ สรุปง่ายๆ ว่าเป็นยางสำหรับวิ่งบนถนนนี่แหละ ไม่ใช่ยางสำหรับวิ่งในสนามแต่อย่างใด เพราะความหนึบยังเทียบชั้นไม่ได้กับยางสนามแท้ๆ ถ้าเรียงลำดับความหนึบแล้วจะได้ตามนี้

Super Corsa > Rosso Corsa > Rosso II
(ยางสนาม) > (สปอร์ตกึ่งสนาม) >  (สปอร์ตกึ่งถนน)




แต่จุดเด่นของ Rosso II คืออายุการใช้งานที่นานมาก อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า ยางที่นำมารีวิวนี้ใช้งานมาแล้วถึง 40,000 ก.ม. และที่สำคัญอีกอย่างคือ ประสิทธิภาพในการรีดน้ำบนถนนเปียกนั้นจัดว่า ยอดเยี่ยมมาก มีครั้งหนึ่งที่ผมต้องลุยพายุฝนจาก อ.ศรีสวัสดิ์ ลงมายังเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เหล่านักบิดนิยมไปเสพโค้งกัน ยางทำหน้าที่รีดน้ำได้ดี ไม่มีอาการเสียศูนย์แม้ถนนจะเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนตลอดเส้นทาง เรียกได้ว่าทำได้ดีเกินคาด



ข้อมูลรายละเอียดแบบเต็มๆ
http://www.pirelli.com/tyre/ww/en/motorcycle/sheet/diablo_rosso_2.html

ทีนี้มาดูหน้าตายางที่ระยะ 40,000 ก.ม. ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งยางคู่นี้ใช้ในรถนินจา 250 ขนาดยางหน้า 110/70 และยางหลัง 160/60 (ล้อ ER6)




ยางเส้นนี้ใช้วิ่งถนนในกรุงเทพ 60% ออกทริปต่างจังหวัด 40% ไม่เคยลงสนาม จะเห็นว่าหน้ายางขึ้นสันเหลี่ยมค่อนข้างน้อย รูปทรงยางยังดีอยู่ เนื้อยางนิ่ม (อาจไม่นิ่มเท่ายางใหม่แต่ก็ถือว่านิ่มอยู่) โดนตะปูทิ่มไปสองครั้ง ปะด้วยการแทงตัวหนอนก็เรียบร้อย ไม่มีรั่วซึมอีกเลย




พูดถึงความหนึบกันบ้าง สารภาพตามตรงว่าตอนนั้นผมคิดว่ายางเส้นนี้ต้องเทพแน่ๆ ก็ราคาเฉียดหมื่นแบบนี้ไม่เทพได้ไง พอเปลี่ยนเสร็จ เช้าวันรุ่งขึ้นไปลองเล่นโค้งทันที ระหว่างการเดินทางก็พยายามขับเปิดหน้ายางไปด้วย พลิกไปพลิกมาบ้าง แก้เมื่อยบนเส้นทางร้อยกว่ากิโล

พอไปถึงกริดสตาร์ท (หึย พูดซะหรูเชียว) ก็ลองเข้าโค้งเบาๆ ลองพลิกไปมา ทดสอบเบรค ทดสอบการทรงตัว พอยางร้อนได้ที่แล้วพบว่ายางรักษารูปทรงได้ค่อนข้างดี ไม่มีอาการย้วย พลิกได้เร็ว แม่นยำ ทำให้มั่นใจในการเข้าโค้งมากขึ้น ความเร็วเริ่มมากขึ้น เอียงมากขึ้น เปิดคันเร่งแรงขึ้น ก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไร จนกระทั่ง...

"แพร่ดดด..."

ยางหน้าสูญเสียการยึดเกาะที่ความเร็ว 80-90 กม./ชม. รถพับลงไปกับพื้น ทั้งคนและรถสไลด์ออกจากโค้งไปตามพื้นถนนกว่า 20 เมตร แล้วก็ตกถนนนอนฟุบอยู่ข้างทาง โชคดีที่ไม่ได้กระแทกเสาหลักกิโลหรือต้นไม้ ตัวรถจึงไม่เสียหายอะไรมาก แค่แฟริ่งพังยับทั้งแถบ เท่าั้นั้นเอง... T-T (ส่วนคนปลอยภัยไร้รอยขีดข่วน ใส่ชุดการ์ดก็ดีแบบนี้แหละ) มารู้ทีหลังว่าโค้งนั้นมีน้ำมันสาดเป็นทางเลย มิน่าล่ะ... (-*-)

สรุปได้ว่า ยางรุ่นนี้ซิ่งได้ แต่อย่าซ่า เดี๋ยวจะฮาไม่ออก (หึๆ)



แม้จะผ่านการใช้งานมายาวนาน แต่ดอกยางด้านข้างก็ยังเหลือเยอะพอสมควร ในขณะที่ตรงกลางหมดจนถึงสะพานยางเรียบร้อย ส่วนขอบยางไม่ต้องพูดถึง ด้วยรูปทรงหน้ายางที่ค่อนข้างกลม ขับยังไงก็ไม่หมดขอบหรอกครับ นอกจากจะแบนโค้งจนหูเช็ดพื้นได้นั่นแหละ (ฮา...)

ทีนี้มาดูยางหน้ากันบ้าง ซึ่งเป็นจุดที่ผมอยากให้ดูมากๆ นั่นคือ...



"รอยแตกลายงา"

ซึ่งเริ่มมีให้เห็นตั้งแต่ระยะทางหมื่นกลางๆ แต่ผมก็ยังดื้อ ทนใช้เรื่อยมาจนดอกยางหมดก็ไม่พบปัญหาอะไร ไม่รั่วซึม (ดีแล้ว) ตอนนี้รอยแตกน่ากลัวมาก ขับไปก็ลุ้นไปว่าจะระเบิดตอนไหน

ดูกันชัดๆ อีกที...



อาการแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดกับผมแค่คนเดียว ที่ไหนได้เป็นกันทุกคน และจะเป็นเฉพาะยางหน้าด้วย สภาพแทบไม่ต่างกัน มากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่ใครจะใจถึงกว่ากัน (ฮา...) ซึ่งเรื่องนี้ถ้าตัวแทน Pirelli เข้ามาอ่าน รบกวนนำไปพิจารณาด้วยนะครับ ปัญหาใหญ่เลยนะเนี่ย



ส่วนรูปทรงของยางหน้า ตรงข้ามกับยางหลังโดยสิ้นเชิง นอกจากจะไม่ขึ้นเหลี่ยมแล้ว กลับแหลมเฟี้ยวเป็นทรงสามเหลี่ยมซะงั้น พับรถแต่ละที "วูบ" ลงไปเลย เล่นเอาสะดุ้งโหยงกันทั้งบาง

สรุปสาระสำคัญ

ข้อดี
- การทรงตัวดี พลิกง่าย แม่นยำ
- เมื่อยางร้อนได้ที่จะเกาะถนนดีพอสมควร (แต่อย่าไว้ใจถนนเมืองไทยให้มากนัก)
- รีดน้ำเป็นเยี่ยม เหมาะมากกับหน้าฝนตอนนี้
- อายุการใช้งานโคตรนาน

ข้อด้อย
- ยางหน้าเสื่อมเร็ว แตกลายงาแทบทุกเส้น
- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับยางยี่ห้ออื่นในเกรดเดียวกัน

ข้อควรระวัง
- ไม่ใช่ยางสนาม ไม่ควรเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินไป ยิ่งถนนเมืองไทยนี่เลิกคิดได้เลย เดี๋ยวหูจะเช็ดพื้นเอา

จบแล้วครับ.  ;D

ขับขี่ปลอดภัยกันนะฮ๊า...


ออฟไลน์ Khunchai159

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • sbobet
ขอบคุณครับ ที่ให้คำแนะนำ

ออฟไลน์ poryjosker

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • บาคาร่า
อ่านเเล้วได้ประโยชน์มากเลยนะครับ

ออฟไลน์ Rainokawa

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • แทงบอล maxbet
ได้ประโยชน์และมีสาระมากครับ

 


Kawasaki Z800 | Honda CBR650F & CB650F | Suzuki Gladius | Ninja-Thailand
© 2012-2014 www.ninja-thailand.com | All rights reserved | onefineday1998@gmail.com
Carbonate design by Bloc
variant: carbon
SMF 2.0.2 | SMF © 2011, Simple Machines
Enotify by CreateAForum.com